| |
|
|
|
 |
|
| |
|
|
| |
คุณสมบัติของท่อเอบีเอส |
|
| |
|
|
| |
1. ทนต่อการกัดกร่อน (Corrosion Resistance)
ท่อ ABS ผลิตจากสารโพลิเมอร์โมเลกุลขนาดใหญ่ มีลักษณะทนต่อการกัดกร่อนจากปฏิกิริยาเคมีต่างๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติในทุกสภาวะ นอกจากนี้ยังดูแลรักษาง่าย ไม่จำเป็นต้องทาสี |
|
| |
|
|
| |
2. ทนต่อแรงกระแทก (Impact Resistance)
ท่อ ABS มีความเหนียวสูงสามารถทนทานต่อแรงกระแทกโดยไม่แตกเสียหายง่าย โดยเฉพาะที่อุณหภูมิต่ำๆ ยังคงความเหนียวอยู่ได้ |
|
| |
|
|
| |
3. ทนต่อความดัน (Pressure Resistance)
ที่อุณหภูมิ 23 ± 2 องศาเซลเซียส ท่อ ABS สามารถรับแรงดัน 38 กก./ตร.ซม. อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ชั่วโมง (การทดสอบตามมาตรฐาน British Standard) โดยไม่แตกเสียหาย ไม่เปลี่ยนรูป และไม่รั่วซึม |
|
| |
|
|
| |
4. ใช้งานได้ในช่วงอุณหภูมิกว้าง (Wide Range of Working Temperature)
ท่อ ABS สามารถใช้งานได้ในระหว่างอุณหภูมิตั้งแต่ – 30 องศาเซลเซียส ถึง + 70 องศาเซลเซียส โดยวัสดุยังมีคุณสมบัติไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ |
|
| |
|
|
| |
5. ประหยัดพลังงาน (Energy Preservation)
ค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อน (Heat Conduction Factor) ของท่อ ABS จะมีค่าน้อยกว่าท่อเหล็กทั่วไปในอัตราส่วน 1 ต่อ 200 ดังนั้นประเมินได้ว่า ท่อ ABS จะสูญเสียพลังงานน้อยกว่าท่อเหล็ก 200 เท่า หรืออีกในหนึ่งการใช้ท่อ ABS จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่ำกว่าท่อเหล็ก 200 เท่าเช่นกัน |
|
| |
|
|
| |
6. รับสภาพการไหลในท่อได้ดี (High Fluidity)
เนื่องจากผนังของท่อมีความมันวาวลื่นสูง ดังนั้นการไหลของของเหลวในระบบท่อ ABS จึงสามารถไหลได้ด้วยความเร็วสูง และการเกาะของตะกรันภายในท่อเกิดขึ้นได้ยาก |
|
| |
|
|
| |
7. ไม่เป็นพิษ (Non-toxicity)
ท่อ ABS ไม่มีส่วนประกอบของสารโลหะหนักเป็นส่วนผสม ดังนั้นจึงไม่มีสารพิษและโลหะปนเปื้อนเข้าสู่ของเหลวหรือน้ำที่ไหลผ่านท่อ ABS |
|
| |
|
|
| |
8. น้ำหนักเบา (Light Weight)
น้ำหนักของท่อ ABS จะเบากว่าท่อเหล็ก 8 เท่า และเบากว่าท่อ PVC 1.3 เท่า ตามลำดับ ท่อชนิดนี้จึงง่ายต่อการขนส่ง และการประกอบจึงทำให้ผู้ใช้ประหยัดเวลาและต้นทุนในการติดตั้ง |
|
| |
|
|
| |
9. อายุการใช้งานยาวนาน (Long Life Span)
ในสภาวะการใช้งานปกติ ท่อ ABS จะมีอายุการใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 50 ปี |
|
| |
|
|
| |
10. การขยายตัวของวัสดุจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
อัตราการขยายตัวของเทอร์โมพลาสติกทุกชนิดสูงกว่าโลหะในการออกแบบจะต้องมีการคิดเผื่อการขยาย / หดตัวของท่อ |
|
| |
|
|
| |
11. ทนต่อรังสีอุลต้าไวโอเล็ต (UV)
ท่อเอบีเอสถูกออกแบบให้สามารถใช้งานภายนอกอาคารได้ โดยไม่ต้องมีการปกป้องใดๆ เมื่อท่อเอบีเอสถูกใช้งานในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน ปฏิกริยาที่เกิดขึ้นกับท่อจะมีเพียงสีที่ผิวของท่อจะซีดลงบ้างเท่านั้น |
|
| |
|
|
| |
12. การทนต่อสารเคมี
ตามข้อมูลที่ระบุต่อไปนี้เป็นผลการทดลองทางห้องปฏิบัติการ โดยบริษัทอินวิกอร์ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ข้อมูลเหล่านี้ได้จากห้องปฏิบัติการเคมีจากแหล่งต่างๆ ว่าท่อสามารถที่จะทนทานกับการใช้งานกับสารเคมีชนิดใดบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงการใช้งานกับสารเคมีชนิดใดอย่างปลอดภัย ส่วนประกอบทางเคมีของวัสดุเอบีเอส จะทำให้ท่อสามารถใช้งานได้ในสถานะต่างๆ กัน เช่น การทนท่อแรงดันจากภายในความเหนียวแน่นของวัสดุ ทนต่ออุณหภูมิที่มีความแตกต่างมาก การรับแรงดันต่อเนื่อง เป็นต้น อย่างไรก็ตามการคงทนต่อสารเคมีขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปด้วย |
|
| |
|
|
| |
ระบบการใช้งาน |
|
| |
1. ท่อประปาจ่ายน้ำและท่อระบายน้ำ (Water Supply and drainage)
2. ท่อส่งน้ำดิบ (Pipe line for transporting the running water)
3. ระบบท่อในงานปรับอากาศ (Air conditioning piping system)
4. ระบบท่อหล่อเย็น (Cooling and Condenser Water piping system)
5. ท่อระบายน้ำโสโครก (Sewage piping system)
6. ระบบท่อขนส่งน้ำทะเล (Pipe line for transporting the seawater)
7. งานระบบบำบัดน้ำเสีย (Fluid treatment)
8. ท่อในงานระบบไฟฟ้า (Electrical piping system)
9. ระบบท่อน้ำของสระว่ายน้ำ (Piping system for swimming pool)
10. ท่ออุตสาหกรรม ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และน้ำดื่ม
(Pipe line for transporting food and beverage drinking water)
11. ระบบท่อในงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Piping system for environmental system) |
 |
|
| |
|
|