|
|
|
ท่อเอบีเอสขนาดเล็ก ตั้งแต่ ½ นิ้ว (20 มม.) - 1¼ นิ้ว (40 มม.) ให้ทาน้ำยาทำความสะอาดทั้งที่ท่อและข้อต่อ หลังจากนั้นให้ทากาวเฉพาะที่ท่ออย่างเดียว ไม่ต้องทาในข้อต่อ เนื่องจากท่อขนาดเล็กมีพื้นที่ทากาวน้อยกว่าท่อขนาดใหญ่ ถ้าทากาวในข้อต่อด้วยจะทำให้ปริมาณกาวที่ใช้มากเกินไป และเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ นอกจากจะเปลืองแล้ว กาวส่วนเกินก็ยังมีโอกาสที่จะเข้าไปกองอยู่ในข้อต่อจะส่งผลให้ข้อต่อนั้นโดนกาวกัดจนบาง และอาจเกิดการรั่วภายหลังจากการใช้งาน
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
คุณสมบัติของกาวเอบีเอสนั้น จะทำการกัดท่อและข้อต่อ เพื่อให้ข้อต่อและท่อประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนท่อขนาดใหญ่มีขนาดตั้งแต่ 1½ นิ้ว (50 มม.) - 16 นิ้ว (400 มม.) นั้น ให้ทากาวทั้ง 2 ฝั่ง และหลังจากสวมท่อเข้ากับข่อต่อแล้วให้ใช้ผ้าเช็ดกาวที่ล้นออก เพื่อไม่ให้กาวส่วนเกินกัดผิวท่อและยังดูสวยงามอีกด้วย
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การเลือกใช้ท่อเอบีเอส และชั้นคุณภาพให้เหมาะสมกับแต่ละงานนั้น มีวิธีพิจารณาง่ายๆ ดังนี้
1. พิจารณาถึงแรงดันของระบบงานนั้นๆ ว่ามีแรงดันเท่าไหร่ สำหรับท่อเอบีเอสมีชั้นคุณภาพให้เลือกใช้งานถึง 4 ชั้นคุณภาพด้วยกัน คือ PN6, PN10, PN12 และ PN16 โดยแต่ละชั้นคุณภาพจะสามารถใช้กับแรงดันใช้งานปกติได้ไม่เกิน 6 bar, 10 bar, 12 bar และ 16 bar ตามลำดับ
2. พิจารณาถึงอุณหภูมิใช้งานโดยท่อเอบีเอส (สีเทา) จะมีช่วงอุณหภูมิใช้งานตั้งแต่ -30 องศาเซลเซียส ถึง +70 องศาเซลเซียส ทั้งนี้การพิจารณาเลือกชั้นคุณภาพของท่อที่จะใช้งานต้องพิจารณาควบคู่กับแรงดันใช้งานตามข้อ 1 ด้วย จึงสามารถเลือกใช้ชั้นคุณภาพได้
3. พิจารณาว่ามีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
หากทราบแล้วว่าพิจารณาการเลือกใช้ชั้นคุณภาพของท่อเอบีเอสให้เหมาะสมกับงานแต่ละงาน ก็จะได้ท่อซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้งานได้อย่างยาวนานอีกด้วย
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การเลือกใช้วาล์วที่เหมาะสมกับงานท่อต้องดูรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดระบบท่อที่จะนำไปใช้ และกำหนดจากผู้ผลิต โดยจะต้องทราบถึงวัสดุระบบท่อความกดดัน อุณหภูมิ ชนิดของเหลวที่ผ่านวาล์ว สภาพการใช้งานหนักหรือเบา มีการกระแทกของของเหลวหรือเปล่า ความสูงของพื้นที่ติดตั้งท่อมีผลต่อการหมุนวาล์ว ขนาดของท่อ การถอดประกอบท่อเพื่อตรวจสอบหรือไม่ ตำแหน่งการติดตั้งการแตกเสียหายของระบบท่อ จากองค์ประกอบที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนทำการเลือกวาล์ว จำเป็นต้องทราบคุณสมบัติการทำงานของวาล์ว วัสดุ ความแข็งแรงต้องสัมพันธ์กับความกดดันหรือแรงดันที่ใช้งาน การเลือกวาล์วควรพิจารณาหลายๆชนิด หลายขนาด ก่อนการเลือกใช้ต้องอ่านรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับวาล์ว ซึ่งพิมพ์ไว้บนเรือนวาล์ว เพื่อแสดงถึงการไปใช้กับของเหลว และความกดดันหรือแรงดัน จะเป็นอักษรย้อพร้อมตัวเลขกำหนดไว้ เช่น ขนาด วัสดุ วาล์ว ของเหลว และแรงดันทีใช้งาน เช่น
CWP : Cold Working Pressure
S, SP : Steam Pressure
WOG : Water, Oil, Gas Pressure
WP : Working Pressure
WSP : Working Steam Pressure
และยังมีตัวเลข อายุ แรงดันใช้งานโดยพิมพ์ไว้อันเดียว หรือสองแถวตามชนิดของไหลค่าของแรงดันจะกำกับไว้บนเรือนวาล์ว เช่น 60 Psi (4.1 bar), 100 Psi (6.9 bar), 125 Psi (8.6 bar) ฯลฯ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดตะกรัน คือ เกลือบางชนิดของแคลเซียมและแมกนีเซียม เกลือเหล่านี้เมื่อละลายอยู่ในน้ำจะทำให้น้ำกระด่าง การป้องกันไม่ให้เกิดตะกรันต้องทำน้ำกระด่างให้อ่อนลง หรือที่เรียกว่า ซอฟเท็นนิ่ง ซึ่งมีหลายวิธี หรืออาจเลือกใช้ท่อน้ำที่ตะกรันเกาะได้ยาก เช่น ท่อเอบีเอสซึ่งมีส่วนผสมของสารสไตรีน ทำให้ผิวในท่อมีความมันวาว รับสภาวะการไหลได้ดี ทำให้ตะกรันเกาะผิวท่อน้อยกว่าท่อชนิดอื่นๆหากเปรียบเทียบระหว่างท่อเอบีเอสกับท่อเหล็ก
|
|
|
|
|
|
ตารางแสดงค่าสัมประสิทธิ์ความขรุขระของผิวภายในท่อ (มม.)
|
ชนิดท่อ
|
เริ่มใช้งาน
|
ใช้งานมานาน
|
|
ท่อเอบีเอส
|
0.003
|
0.003
|
|
ท่อเหล็ก
|
0.03
|
0.13
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ขนาดความหนาที่ใช้ (Thickness of insulation) ฉนวนที่ใช้ต้องมีความหนาเพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดหยดเหงื่อ (Condensation) บนผิวฉนวน เมื่อท่อน้ำเย็นมีอุณหภูมิผิวท่อ 44 ºF และสภาพอากาศมีความชื้นไม่เกิน 85%RH ที่อุณหภูมิห้อง 90 ºF ฉนวนที่ใช้ควรมีความหนาไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับตารางต่อไปนี้
|
|
|
|
|
|
|
รายการ
|
ขนาดท่อ
|
ความหนาฉนวน
|
|
เครื่องทำน้ำเย็น (Chiller)
|
-
|
1½" (38 mm.)
|
|
ปั้มน้ำเย็น (Chilled Water Pump)
|
-
|
1¼" (32 mm.)
|
| ท่อน้ำเย็น (Chilled Water Pipe Line) |
ไม่เกิน 1½"IPS
|
1" (25 mm.)
|
|
|
2"IPS - 6"IPS
|
1¼" (32 mm.)
|
|
|
8"IPS ขึ้นไป
|
1½" (38 mm.)
|
| ท่อน้ำทิ้ง (Condensate Drain Pipe) |
ไม่เกิน 3"IPS
|
1/2" (12.7 mm.)
|
|
3" ขึ้นไป
|
3/4" (19 mm.)
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
โดยปกติเทอร์โมพลาสติกจะมีคุณสมบัติทางกลและฟิสิกส์ที่แตกต่างจากโลหะมาก ดังนั้นจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการขยายตัวจากความร้อน และความอ่อนตัวของตัวท่อ หลักการที่ใช้ออกแบบระบบท่อและจุดยึด (Support) ของท่อโลหะไม่ควรนำมาใช้กับระบบท่อชนิดเทอร์โมมิเตอร์พลาสติก เนื่องจากจะเกิดปัญหายุ่งยากตามมาภายหลัง ดังนั้นในการออกแบบระบบท่อ และการ ยึดติดตั้งท่อเอบีเอส จึงควรปฏิบัติตามภาพ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
ขณะที่น้ำกำลังไหลผ่านในท่อยาว ถ้าเราปิดวาล์วทันทีจะทำให้น้ำที่กำลังไหลอยู่ หยุดอย่างกระทันหัน ซึ่งจะเกิดความดันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากโมเมนตัมของน้ำที่กำลังไหลอยู่ถูกทำลาย และเกิดเสียงดังขึ้นเนื่องมาจากแรงกระแทก ปรากฏการณ์เช่นนี้เรียกว่า Water Hammers
ความดันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ บางครั้งค่าของแรงดันมีมากจนอาจทำให้ท่อแตกได้ ดังนั้นจึงคำนึงถึงการเกิด Water Hammers เมื่อต้องการออกแบบท่อน้ำ ขนาดความดันที่เพิ่มขึ้นนั้นจะขึ้นอยู่กับ ความเร็วในการปิดวาล์ว ความเร็วในการไหล ความยาวของท่อ และคุณสมบัติในการยืดหยุ่นของวัสดุที่ใช้ทำท่อและของเหลวนั่นเอง
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ท่อเอบีเอสที่ใช้ในงานกลางแจ้ง อาทิเช่น งานระบบคูลลิ่ง ซึ่งท่อที่ใช้ในระบบนี้ต้องได้รับแสงแดดอยู่ตลอดเวลาและต้องทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมีที่ให้เติมในการกำจัดตระกรัน ในส่วนของแสงแดด (UV) นั้น ท่อเหล็กดำและท่อพลาสติกที่ใช้จะต้องทาสีเพื่อป้องกันแสงแดด เพื่อให้มีอายุการใช้งานของท่อยาวนาน แต่สำหรับท่อเอบีเอสนั้นไม่ต้องทา เนื่องจากมีสารอะคลิโลไนโตร ซึ่งเป็นสารผสมของท่อเอบีเอส มีคุณสมบัติทนต่อความร้อน ท่อต่อสารเคมี และท่อต่อสภาวะการใช้งานที่ยาวนาน จึงทำให้ท่อเอบีเอสทนต่อแสงแดด (UV) โดยไม่จำเป็นต้องทาสีเพื่อป้องกัน หากต้องทาเพราะระบุในสามารถใช้สีพลาสติกทาบนผิวท่อเอบีเอสได้เช่นกัน
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
|
การติดตั้ง Pressure Gauges ของท่อเอบีเอสในระบบ Condenser
จะต้องติดตั้ง Pressure Gauges ทั้ง 2 ด้าน คือ ด้าน Supply และด้าน Return ตำแหน่งที่ติดตั้งอยู่ข้างท่อที่ต่อออกมาจาก Consender และต้องจัดทิศทางของหน้าปัทม์ให้อยู่ในทิศทางเดียวกันเพื่อให้สะดวกในการอ่านค่าความดันสเกลของ Pressure Gauges ที่ใช้ต้องขึ้นอยู่กับ Working Pressure ของระบบตำแหน่งเข็มของ Pressure Gauges ขณะใช้งานควรอยู่ระหว่างกึ่งกลางถึง 60% ของสเกลและต้องติดตั้งท่อ Drain ไว้ด้วยเพื่อทำหน้าที่ Drain น้ำออกจากตัว Pressure Gauges หลังจากอ่านค่าแล้วไม่ควรให้ Pressure Gauges มีอายุการใช้งานสั้นลง ไม่ควรติดตั้ง Pressure Gauges บนหลังท่อ โดยเฉพาะท่อน้ำ ที่ติดตั้งในแนวนอน เพราะหากน้ำไม่เต็มท่อ จะทำให้ค่าที่อ่านได้ไม่ถูกต้อง ควรติดตั้งด้านข้างของท่อเท่านั้น ส่วนท่อที่ติดตั้งในแนวดิ่ง จะไม่เกิดปัญหานี้แต่ประการใด
|
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สำหรับการเดินท่อเอบีเอสที่อยู่เหนือพื้นดิน ควรออกแบบให้สามารถรองรับการขยายตัวของท่อได้ด้วยวิธีการที่ง่ายๆ คือ จะต้องให้ท่อพอขยับได้ในแนวแกน และต้องไม่ใช้คลิปยึดใกล้กับจุดที่มีการเปลี่ยนทิศทางของท่อ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ขนาดท่อ
|
คำนวนจุดต่อที่กาวใช้
ปริมาณ 1 ลิตร
|
|
(นิ้ว)
|
(มม.)
|
|
1/2"
|
20
|
600
|
|
3/4"
|
25
|
400
|
|
1"
|
32
|
300
|
|
1¼"
|
40
|
180
|
|
1½"
|
50
|
120
|
|
2"
|
63
|
80
|
|
2½"
|
75
|
50
|
|
3"
|
90
|
40
|
|
4"
|
110
|
30
|
|
5"
|
125
|
20
|
|
6"
|
160
|
15
|
|
8"
|
200
|
10
|
|
10"
|
250
|
5
|
|
12"
|
315
|
3
|
|
| |
| |
|
|
|